French Gourmet & Wine Lover Surprise! 10 days

ราคาเริ่มต้นที่ 169,900 บาท - ต่อคน
Locations :
ประเทศฝรั่งเศส
19 Sep 2017 - 28 Sep 2017

DAY
วันแรก
กรุงเทพฯ – แฟรงค์เฟิร์ต
21.00 น.
พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินไทย
อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้นที่ 4 ประตูที่ 2 เคาน์เตอร์เช็คอินแถว D
เจ้าหน้าที่ เวิลด์ เซอร์ไพร้ส รอต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก
23.45 น.
โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG920 นำท่านเหินฟ้าสู่ แฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี
อาหารบริการบนเครื่องบินพร้อมเครื่องดื่ม
พักค้างแรมบนเครื่องบิน
DAY
วันที่สอง
แฟรงค์เฟิร์ต – พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วลาลีค – สตราส์บูร์ก – ย่าน Petite France – มหาวิหารนอร์ทเทรอดามแห่งสตราส์บูร์ก – ล่องเรือชมเมือง
เช้า
อาหารเช้า บริการบนเครื่องบินพร้อมเครื่องดื่ม
06.00 น.
ถึงท่าอากาศยาน นครแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วลาลีค หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงผลงานทางศิลปะประเภทเครื่องแก้ว ของศิลปินชื่อดังระดับโลกอย่าง เรอเน ลาลีค ศิลปินผู้บุกเบิกงานศิลปะที่สร้างสรรค์จากแก้วออกเป็นผลงานทางศิลปะหลากหลายแขนง ทั้งเครื่องประดับ
ขวดผลิตภัณฑ์น้ำหอม หรือกระทั่งงานด้านสถาปัตยกรรม และตกแต่งภายใน ประกอบกับการออกแบบบรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์ในโทนสีที่มืดมิด เพื่อส่งผลต่อการเปล่งประกายจากเหล่าบรรดางานศิลปะเครื่องแก้วต่าง ๆ เหล่านั้นได้งานวิจิตรตระกานตา และทรงคุณค่าแก่ผู้ที่มาชม
แฟรงค์เฟิร์ต – พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วลาลีค – สตราส์บูร์ก – ย่าน Petite France – 	มหาวิหารนอร์ทเทรอดามแห่งสตราส์บูร์ก – ล่องเรือชมเมือง - 2
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร นำท่านสู่เมือง สตราส์บูร์ก ประเทศฝรั่งเศส เมืองหลวงและศูนย์กลางการค้าของแคว้นอัลซาส ซึ่งมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน โดยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของยุโรป เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสภายุโรป สัญลักษณ์แห่งสันติภาพของโลกหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
เมื่อเดินทางถึงสตราส์บูร์ก พาท่านชม มหาวิหารนอร์ทเทรอดามแห่งสตราส์บูร์ก ศาสนสถานสำคัญซึ่งได้รับการสรรสร้างขึ้นโดยใช้ศิลปะแบบกอธิคอันสวยงาม มียอดแหลมสูง โดดเด่น ได้รับการก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1015 ต่อมาถูกไฟไหม้เผาทำลายเสียหายไปหลายส่วน จึงได้รับการบูรณะอีกครั้ง ในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 12 ภายนอกนั้นดูยิ่งใหญ่และสวยงามด้วยลวดลายอันปราณีต ส่วนภายในนั้นกว้างขวางโดยมีจุดโดดเด่น คือ นาฬิกา The Astronomical Clock ที่ช่างฝีมือชาวสวิสประดิษฐ์ขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1840 โดยใช้การบอกรอบเวลาด้วยการเคลื่อนไหวของฟันเฟืองและเครื่องจักรกล โดยทุก 15 นาที จะมีรูปมนุษย์ในช่วงชีวิตต่างๆ ออกมาตีกระดิ่ง
แฟรงค์เฟิร์ต – พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วลาลีค – สตราส์บูร์ก – ย่าน Petite France – 	มหาวิหารนอร์ทเทรอดามแห่งสตราส์บูร์ก – ล่องเรือชมเมือง - 2
จากนั้น นำท่านชม ย่าน Petite France ย่านที่ล้อมรอบไปด้วยบ้านเรือนสไตล์อัลซาสสีสันสดใส บ้างก็เป็นร้านอาหาร และคอฟฟี่ช็อปเล็ก ๆ มีมุมจำหน่ายของที่ระลึก จากนั้น อิสระให้ท่านได้เดินเล่นช้อปปิ้งในบริเวณนี้ตามอัธยาศัย
แฟรงค์เฟิร์ต – พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วลาลีค – สตราส์บูร์ก – ย่าน Petite France – 	มหาวิหารนอร์ทเทรอดามแห่งสตราส์บูร์ก – ล่องเรือชมเมือง - 2
ถึงเวลานัดหมาย นำท่านลงเรือล่องแม่น้ำ เพื่อยลสองฝั่งคลอง อันน่ารักและมีเสน่ห์ของเมืองนี้
แฟรงค์เฟิร์ต – พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วลาลีค – สตราส์บูร์ก – ย่าน Petite France – 	มหาวิหารนอร์ทเทรอดามแห่งสตราส์บูร์ก – ล่องเรือชมเมือง - 2
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างแรม ณ โรงแรม Sofitel Strasbourg Grande lle หรือระดับเดียวกัน
DAY
วันที่สาม
สตราส์บูร์ก – โมชาม – ชิม ฟัวกราส์ – ชิมไวน์ – มงต์แซงต์โอเดียล – รีควีร์ – ริโบวิเล
เช้า
อาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ โมชาม เมืองเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงของแคว้นอัลซาส อย่างสตราส์บูร์กมากนัก แล้วนำท่านสัมผัสกับอาหารสุดแสนวิเศษ ที่แสดงถึงวิถีชีวิตของครัวชั้นสูงแบบฝรั่งเศสในอดีต คือ ฟัวกราส์ หรือตับเป็ด และห่าน โดยในช่วงศตวรรษที่ 18 ได้มีพ่อครัวชาวฝรั่งเศสชื่อดังนามว่า ฌอง-ปิแอร์ ผู้ซึ่งนำ ฟัวกราส์ มารังสรรค์ประยุกต์จนกลายเป็นขนมปังผิวกรอบห่อข้างในด้วยตับเป็ด หรือห่าน พร้อมสอดไส้สูตรเฉพาะอันเลิศรสของฌอง-ปิแอร์ และให้มีชื่อว่า ปาท เดอ ฟัว กราส์ อะลาคอนตาเดส์ (Pâté de Foie Gras à la Contades) เพื่อนำถวายแด่ผู้ปกครองแคว้นสตารส์บูร์กในยุคนั้น และในเวลาต่อมาได้กลายเป็นอาหารที่สร้างความอร่อยแบบ มิรู้ลืมให้แก่ผู้ที่ได้ลิ้มรสสืบทอดมายังปัจจุบัน
พิเศษ !! ให้ท่านลิ้มลองรสชาติ ฟัว กราส์ ที่ถูกนำมาประยุกต์กับอาหารรูปแบบต่าง ๆ ทั้งคาว และหวาน จากร้านอาหารท้องถิ่นที่มีซื่อเสียงของแคว้นอัลซาส
สตราส์บูร์ก – โมชาม – ชิม ฟัวกราส์ – ชิมไวน์ – มงต์แซงต์โอเดียล – รีควีร์ – ริโบวิเล - 2
จากนั้น พิเศษ !!! นำท่านทดลองลิ้มรสไวน์ที่มีชื่อเสียงของเมือง และเลือกซื้อเป็นของฝาก
อัลซาสนับได้ว่าเป็นแคว้นหนึ่งที่มีการผลิตไวน์หลากหลายประเภทมากที่สุดในโลก อันปรากฏอยู่บนฉลากของขวดไวน์ที่แตกต่างกัน โดยไวน์ที่มีความโดดเด่นที่สุดของแคว้นคือ ไวน์ขาว ซึ่งมีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวหาที่ใดเปรียบได้ยาก นอกจากนี้ไวน์ที่ได้จากแคว้นอัลซาส ต่างล้วนแล้วแต่ผ่านกรรมวิธีการผลิตจากองุ่นสายพันธุ์ดีในท้องถิ่น ภายใต้การรับรองคุณภาพระดับ AOC ของประเทศฝรั่งเศส อันก่อให้เกิดเป็นผลผลิตที่แสนเลอค่า จนได้รับการยกย่องให้กลายเป็นแคว้นแห่งไวน์แคว้นหนึ่งในประเทศฝรั่งเศสมาจนถึงปัจจุบัน
สตราส์บูร์ก – โมชาม – ชิม ฟัวกราส์ – ชิมไวน์ – มงต์แซงต์โอเดียล – รีควีร์ – ริโบวิเล - 2
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร นำท่านชม มงต์แซงต์โอเดียล สำนักชีบนยอดเขา Vosges สถานที่ซึ่งในอดีตถูกเชื่อว่า เคยเป็นป้อมปราการของชาวเซลติกในยุคสมัยที่โรมันเรืองอำนาจ แต่กลับถูกทำลายลงไปในช่วงปลายศตวรรษที่ 9 โดยในเวลาต่อมาได้ถูกค้นพบโดยท่านดยุคอดาลลิคช์แห่งอัลซาส และให้ชื่อว่ามงต์แซงต์โอเดียล ตามชื่อบุตรสาวของตน จากนั้นสถานที่แห่งนี้ได้รับการบูรณะอีกครั้งในปี ค.ศ.1853 จากเหล่านักบุญในแคว้นอัลซาสจนกลายเป็นสำนักชี และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของแคว้นอัลซาสในปัจจุบัน
สตราส์บูร์ก – โมชาม – ชิม ฟัวกราส์ – ชิมไวน์ – มงต์แซงต์โอเดียล – รีควีร์ – ริโบวิเล - 2
จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ รีควีร์ อีกหนึ่งเมืองเล็กๆในแคว้นอัลซาสที่ตั้งอยู่ในหุบเขาที่โอบล้อมไปด้วยไร่องุ่นที่มีชื่อเสียงในด้านการผลิตไวน์ และด้วยบรรยากาศอันน่ารักและมีเสน่ห์ของหมู่บ้านที่จะพาให้ท่านรู้สึกราวกับว่าเข้าไปอยู่ในเมืองแห่งเทพนิยาย เนื่องจากบ้านเรือนส่วนใหญ่ยังคงได้รับการดูแลรักษาและคงสภาพเดิมในอดีต เพิ่มเติมด้วยการตกแต่งและประดับประดาด้วยดอกไม้ ตุ๊กตาหรือของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ช่วยทำให้ รีควีร์ เป็นอีกหนึ่งปลายทางที่มีเสน่ห์และดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย
สตราส์บูร์ก – โมชาม – ชิม ฟัวกราส์ – ชิมไวน์ – มงต์แซงต์โอเดียล – รีควีร์ – ริโบวิเล - 2
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างแรม ณ โรงแรม Relais et Chateaux Le Chambard หรือระดับเดียวกัน
DAY
วันที่สี่
ริโบวิเล – โกลมาร์ – เบลฟอร์ – อนุสาวรีย์สิงโตบาร์ทอลดิ – ดิจง
เช้า
อาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ โกลมาร์ เมืองเล็ก ๆ อีกเมืองหนึ่งที่ตั้งอยู่ในแคว้นอัลซาส ของประเทศฝรั่งเศส แล้วนำท่านชมบริเวณโดยรอบเมืองโกลมาร์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเทือกเขา Vosges และแม่น้ำไรน์ ท่านสามารถเดินเที่ยวชมความสวยงามตามแบบฉบับของเมืองที่ผสมผสานระหว่างยุคกลางกับศิลปะแห่งศตวรรษที่ 20 ไว้ได้อย่างลงตัว โดยจะเห็นได้จากสภาพบ้านเรือนที่มีเสน่ห์ด้วยบ้านกึ่งไม้กึ่งปูน ที่เรียกว่า Half-Timbered House โดยจะตั้งอยู่ระหว่างสองฝั่งคลองในย่านที่เรียกว่า ลิตเติ้ลเวนีซ
ริโบวิเล – โกลมาร์ – เบลฟอร์ – อนุสาวรีย์สิงโตบาร์ทอลดิ – ดิจง - 2
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร นำท่านมุ่งหน้าสู่แคว้นบูร์กอญ หรือ เบอร์กันดี ตั้งอยู่บริเวณกลางเยื้องมาทาง
ทิศตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส โดยแคว้นนี้มีชื่อเสียงในเรื่องไวน์แดงและไวน์ขาว ส่วนใหญ่ผลิตมาจากองุ่นพันธุ์ ปิโนต์นัวร์สำหรับทำไวน์แดงและองุ่นพันธุ์ชาร์ดอนเน่ย์สำหรับทำไวน์ขาว โดยไวน์ที่ผลิตจากที่นี่มีความต้องการในตลาดสูง โดยระหว่างทางนำท่านแวะชม อนุสาวรีย์สิงโตบาร์ทอลดิ แห่งเมืองเบลฟอร์ โดยประติมากรชื่อดัง บาร์ทอลดิ อนุสาวรีย์สิงโตนี้สกัดมาจาก หินทรายสีชมพู ตั้งตระหง่านริมผาด้านหน้าป้อมปราการใหญ่มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1880 ด้วยความสูง 11 เมตรยาว 22 เมตร อิสระให้ท่านเก็บภาพแห่งความประทับใจตามอัธยาศัยจนถึงเวลานัดหมาย
ริโบวิเล – โกลมาร์ – เบลฟอร์ – อนุสาวรีย์สิงโตบาร์ทอลดิ – ดิจง - 2
ได้เวลานัดหมาย นำท่านสู่ ดิจง เมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดี ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสอย่างมาก โดยเฉพาะระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 14 และ 15 เป็นเมืองที่มีความยิ่งใหญ่มาก เมื่อท่านดุ๊คแห่งเบอร์กันดีสามารถครอบครองพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส เยอรมนีตะวันตก เบลเยี่ยม และเนเธอร์แลนด์ ได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งผลิตไวน์ และมัสตาร์ด ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก อิสระให้ท่านได้
ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย จนถึงเวลานัดหมาย
ริโบวิเล – โกลมาร์ – เบลฟอร์ – อนุสาวรีย์สิงโตบาร์ทอลดิ – ดิจง - 2
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างแรม ณ โรงแรม Grand Hotel La Cloche Dijon - MGallery by Sofitel
หรือระดับเดียวกัน
DAY
วันที่ห้า
ดิจง – ตลาดเช้า Les Halles – โบน – โอเตล เดอ โบน – พิพิธภัณฑ์มัสตาร์ดฟาลโลต์ – ไวน์ชาโตว์ของปมมาร์ – ชิมไวน์ – ดิจง
เช้า
อาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
หลังอาหาร นำท่านสัมผัสบรรยากาศตลาดยามเช้าของประเทศฝรั่งเศสที่ Les Halles ซึ่งตลาดในร่มแห่งนี้ได้เป็นผลงานการออกแบบของกุสตาฟ ไอเฟล ผู้ออกแบบหอไอเฟลแห่งกรุงปารีส ให้ท่านได้ดูวิถีชีวิตชาวฝรั่งเศสซื้อของจับจ่ายยามเช้า อาทิ เนยแข็ง ชีส ผลไม้ แฮม เป็นต้น
ดิจง – ตลาดเช้า Les Halles – โบน – โอเตล เดอ โบน – พิพิธภัณฑ์มัสตาร์ดฟาลโลต์ –	ไวน์ชาโตว์ของปมมาร์ – ชิมไวน์ – ดิจง - 2
ได้เวลานัดหมาย นำท่านเดินทางสู่ โบน เมืองที่มีเสน่ห์ในการเดินทาง สำหรับผู้ที่มีใจรักในศิลปะ และไวน์ เมืองนี้ได้รับการขนานนามว่า เป็นเมืองหลวงทางด้านไวน์แห่งแคว้นเบอร์กันดี เนื่องจาก อุตสาหกรรมหลัก คือ การผลิตไวน์ ซึ่งเต็มไปด้วยหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในด้านการผลิตไวน์จำนวนมาก อยู่ภายนอกเมืองโบน
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร นำท่านชม โอเตล เดอ โบน สถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างมาก และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งแคว้นเบอกานดี ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1443 เพื่อเป็นสถานพยาบาลสำหรับรักษาผู้ยากไร้ มีความโดดเด่นในด้านสถาปัตยกรรมแบบกอธิค หลังคามุงกระเบื้องที่งดงามวิจิตรตระการตา ที่แห่งนี้ ถูกใช้เป็นสถานพยาบาลจนถึง ค.ศ. 1971 ปัจจุบัน เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชม และมีความเป็นมากกว่าพิพิธภัณฑ์ซ่อนอยู่ คือ แสดงถึงจุดกำเนิดของการประมูลไวน์เพื่อการกุศล ที่จัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
ดิจง – ตลาดเช้า Les Halles – โบน – โอเตล เดอ โบน – พิพิธภัณฑ์มัสตาร์ดฟาลโลต์ –	ไวน์ชาโตว์ของปมมาร์ – ชิมไวน์ – ดิจง - 2
จากนั้น นำทุกท่านชมขั้นตอนการผลิตมัสตาร์ด ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของเมืองดิจงที่ พิพิธภัณฑ์ผลิตมัสตาร์ด ฟาลโลต์ นำท่านชมกรรมวิธีเคล็ดลับตั้งแต่การผลิตมัสตาร์ดด้วยการโม่เมล็ดจากโม่หินที่ส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่ ค.ศ. 1840 ซึ่งทำให้ตัวเมล็ดมัสตาร์ดได้คุณภาพ ไปจนถึงขั้นตอนบรรจุลงขวด
พิเศษ ให้ท่านได้ลิ้มรสมัสตาร์ดชื่อดังของที่นี่ พร้อมทั้งให้ท่านอิสระเลือกซื้อมัสตาร์ดหลายรสชาติกลับไปเป็นของฝาก
ดิจง – ตลาดเช้า Les Halles – โบน – โอเตล เดอ โบน – พิพิธภัณฑ์มัสตาร์ดฟาลโลต์ –	ไวน์ชาโตว์ของปมมาร์ – ชิมไวน์ – ดิจง - 2
ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ไวน์ชาโตว์ของปมมาร์ ไวน์แดงชื่อดังของแคว้น ที่มีพื้นที่การผลิตขนาดใหญ่กว่า 20 เฮกเตอร์ นับว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในเบอร์กันดี พร้อมทั้งชมกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันในแต่ละขั้นตอน
พิเศษ ให้ท่านได้ลิ้มลองรสชาติของ ไวน์ ปมมาร์ พร้อมทั้ง ท่านสามารถเลือกซื้อไวน์เป็นของฝาก
ดิจง – ตลาดเช้า Les Halles – โบน – โอเตล เดอ โบน – พิพิธภัณฑ์มัสตาร์ดฟาลโลต์ –	ไวน์ชาโตว์ของปมมาร์ – ชิมไวน์ – ดิจง - 2
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างแรม ณ โรงแรม Grand Hotel La Cloche Dijon - MGallery by Sofitel
หรือระดับเดียวกัน
DAY
วันที่หก
ดิจง – เซอร์มูร์ ออง นกซัวร์ – ทัวห์ – โบสถ์แห่งทัวห์
เช้า
อาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
หลังอาหาร นำท่านออกเดินทางสู่เมือง เซอร์มูร์ ออง นกซัวร์ เมืองยุคกลาง ที่นี่มีความสวยงามราวเทพนิยายได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นเมืองมรดกทางประวัติศาสตร์ อาคารส่วนใหญ่สร้างจากหินแกรนิต ตัวเมืองอยู่บนตีนเขามอวอง ล้อมรอบด้วยแม่น้ำอาร์มาซอน
ดิจง – เซอร์มูร์ ออง นกซัวร์ – ทัวห์ – โบสถ์แห่งทัวห์ - 2
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ ทัวห์ เมืองเก่าที่มีความโดดเด่นในด้านศิลปะ สถาปัตยกรรม ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี พาท่านชม โบสถ์แห่งทัวห์ โบสถ์โรมันคาทอลิก และเป็นอนุสาวรีย์แห่งชาติของฝรั่งเศส และเขตเมืองเก่า ที่มีเสน่ห์และความหลากหลายของอาคาร บ้านเรือน ที่สร้างในลักษณะบ้านครึ่งไม้ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
ดิจง – เซอร์มูร์ ออง นกซัวร์ – ทัวห์ – โบสถ์แห่งทัวห์ - 2
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างแรม ณ โรงแรม Maison de Rhodes หรือระดับเดียวกัน
DAY
วันที่เจ็ด
ทัวห์ – เอเพอเนย์ – ไวน์ชาโตว์ของ Moët & Chandon – แรงส์ – มหาวิหารแซ็งต์เรมี่ – พระราชวังตัวน์
เช้า
อาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ เอเพอเนย์ เมืองที่มีสวนองุ่นที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดแห่งหนึ่ง ในโลก ซึ่งเมืองนี้มีพื้นที่การทำสวนองุ่นมากกว่า 20,000 เฮกเตอร์ อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิต
แชมเปญที่นักดื่มส่วนใหญ่ชื่นชอบอีกด้วย จนบางคนเรียกเมืองเอเพอเนย์เป็นเมืองหลวงแห่ง
แชมเปญเลยทีเดียว นำท่านชม ไวน์ชาโตว์ของ Moët & Chandon แชมเปญชื่อดังระดับโลก พร้อมทั้งชมกระบวนการผลิต ที่พิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตลอดจนการบรรจุ เพื่อส่งออกไปยังทวีปต่าง ๆทั่วโลก
ทัวห์ – เอเพอเนย์ – ไวน์ชาโตว์ของ Moët & Chandon –  แรงส์ –  	มหาวิหารแซ็งต์เรมี่ – พระราชวังตัวน์ - 2
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ แรงส์ เมืองที่เป็นแหล่งผลิตแชมเปญที่สำคัญแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส และเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ที่มีความสำคัญมากมายในสมัยยุคกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมีบทบาทที่สำคัญสำหรับประกอบพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ของพระมหากษัตริย์ เป็นระยะเวลายาวนานถึงเกือบ 1000 ปี นำท่านชม มหาวิหารแซ็งต์เรมี่ สร้างขึ้นมาเมื่อปีค.ศ. 1007 และเป็นวิหารที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองแรงส์ นำท่านเดินชมลักษณะการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกที่แสดงให้เห็นถึงการก่อสร้างวิหารสไตล์ฝรั่งเศสแบบคลาสสิก ทั้งนี้ UNESCO ได้ยกย่องมหาวิหารแซ็งต์เรมี่ ให้เป็นมรดกโลกเมื่อ ค.ศ. 1991
ทัวห์ – เอเพอเนย์ – ไวน์ชาโตว์ของ Moët & Chandon –  แรงส์ –  	มหาวิหารแซ็งต์เรมี่ – พระราชวังตัวน์ - 2
แล้วนำท่านแวะถ่ายรูป พระราชวังตัวน์ สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1690 เพื่อเป็นที่อยู่แก่บิชอปของเมืองแรงส์ และยังใช้เป็นที่พำนักของกษัตริย์แห่งประเทศฝรั่งเศสก่อนพิธีบรมราชาภิเษกใน
มหาวิหาร
ทัวห์ – เอเพอเนย์ – ไวน์ชาโตว์ของ Moët & Chandon –  แรงส์ –  	มหาวิหารแซ็งต์เรมี่ – พระราชวังตัวน์ - 2
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างแรม ณ โรงแรม L’Assiette champenoise หรือระดับเดียวกัน
DAY
วันที่แปด
แรงส์ – ลา วัลเล่ย์ ช้อปปิ้งวิลเลจ – ปารีส – ย่านรูแซงค์โตโนเร
เช้า
อาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ ลา วัลเล่ย์ ช้อปปิ้งวิลเลจ เอาท์เล็ตมอลล์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีร้านค้ามากมายให้ท่านได้เลือกชมกว่า 120 ร้านค้า เช่น Armani, Burberry, Christian Lacroix,

Jimmy Choo, Paul Smiths, Polo Ralph Lauren, Salvatore Ferragamo, Valentino

เป็นต้น ท่านสามารถสนุกสนานกับการจับจ่ายสินค้ามากมายไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าบุรุษ เสื้อผ้าสตรี อุปกรณ์กีฬา ของใช้ภายในบ้าน และอื่นๆ อีกมายมาย ซึ่งเป็นแบรนด์ดังๆมีชื่อเสียง ในราคาลดพิเศษสุดตั้งแต่ 30 – 60% อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเดินเล่นช้อปปิ้งตามอัธยาศัย จนถึงเวลานัดหมาย

แรงส์ –  ลา วัลเล่ย์ ช้อปปิ้งวิลเลจ –  ปารีส –  ย่านรูแซงค์โตโนเร - 2
กลางวัน
อิสระตามอัธยาศัย ภายในเอาท์เล็ตอิสระตามอัธยาศัย ภายในเอาท์เล็ต
ท่านสามารถเลือกทานอาหารจากร้านที่ท่านชื่นชอบได้ตามอัธยาศัย ซึ่งทางบริษัทฯ จัดเตรียมค่าอาหารให้ท่านละ 20 ยูโร
ได้เวลานัดหมาย นำท่านเดินทางสู่ มหานครปารีส เมืองหลวงแห่งศิลปะแฟชั่นของโลก และเป็น 1 ใน 10 ประเทศในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากจะมาเยือนมากที่สุด
แรงส์ –  ลา วัลเล่ย์ ช้อปปิ้งวิลเลจ –  ปารีส –  ย่านรูแซงค์โตโนเร - 2
แล้วนำท่านช้อปปิ้ง ย่านรูแซงค์โตโนเร แหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของกรุงปารีส อดีตถนนสายนี้เคยเป็นที่อยู่ของขุนนางและชนชั้นสูง แต่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง ให้ท่านได้เลือกช้อปปิ้งตลอดทั้งสาย และที่นี่เป็นที่ตั้งสตูดิโอใหญ่ของ Hermès ที่ดังไปทั่วโลกอีกด้วย
แรงส์ –  ลา วัลเล่ย์ ช้อปปิ้งวิลเลจ –  ปารีส –  ย่านรูแซงค์โตโนเร - 2
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างแรม ณ โรงแรม Scribe หรือระดับเดียวกัน
DAY
วันที่เก้า
ปารีส – ท่าอากาศยานนานาชาติชาร์ลส์ เดอ โกล
เช้า
อาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติชาร์ลส์ เดอ โกล
กลางวัน
อาหารกลางวัน อิสระตามอัธยาศัยภายในท่าอากาศยาน
13.40 น.
โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG931 นำท่านเหินฟ้าสู่กรุงเทพมหานคร
อาหารบริการบนเครื่องบินพร้อมเครื่องดื่ม
พักค้างแรมบนเครื่องบิน
DAY
วันที่สิบ
กรุงเทพฯ
เช้า
อาหารเช้าบริการบนเครื่องบิน พร้อมเครื่องดื่ม
05.55 น.
ถึงท่าอากาศยานกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยความประทับใจ
French Gourmet & Wine Lover Surprise! 10 days
ผู้ใหญ่ ท่านละ 169,900 บาท
เด็กกอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน 0 บาท
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน มีเตียง 153,900 บาท
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียง 136,900 บาท
พักห้องเดี่ยว เพิ่มท่านละ 45,000 บาท
หมายเหตุ          

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคา ถ้าจำนวนผู้ใหญ่เดินทางต่ำกว่า 15 ท่าน
  • อัตราค่าบริการนี้ คิดคำนวณจากอัตราคาตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจร (สำหรับเดินทางเป็นหมู่คณะ เดินทางไป-กลับพร้อมกัน) สายการบินไทย
  • ทางบริษัท ฯ เป็นตัวแทนในการยื่นเอกสารกับทางสถานทูตเท่านั้น ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานทูตแต่เพียงผู้เดียว
  • ทางบริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมการเดินทาง โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ และความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นหลัก
  • ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิเนื่องจากข้อผิดพลาดทางการพิมพ์

อัตราค่าบริการรวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินสายการบินไทย ชั้นทัศนาจร (เดินทางเป็นหมู่คณะ เดินทางไป-กลับพร้อมกัน)
  • ค่ารถรับส่งตามรายการ
  • ค่าห้องพัก สองท่านต่อหนึ่งห้อง ในโรงแรมที่ระบุ หรือในระดับเดียวกัน
  • ค่าอาหาร ตามรายการ
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า ยกเว้นคนต่างด้าว
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง
  • ค่าภาษีน้ำมัน ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามภาวะตลาดน้ำมันโลกซึ่งประกาศโดยสายการบิน

ทางบริษัทฯ อาจมีการเรียกเก็บเพิ่มหากมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

  • ค่าขนกระเป๋าท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 30 กิโลกรัม
  • ค่าประกันภัยการเดินทางวงเงินท่านละ 3,000,000 บาท
  • ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ วงเงินท่านละ 3,000,000 บาท
  • หัวหน้าทัวร์จากกรุงเทพฯ คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

ค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (คิดคำนวณจากค่าบริการ)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าเครื่องดื่ม

ระเบียบการ และเงื่อนไข :   

  1. 1. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงกำหนดการเดินทาง กรณีที่มีผู้สำรองการ เดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯ กำหนด (ผู้ใหญ่จำนวน 15 ท่านขึ้นไป)
  2. 2. การสำรองที่นั่ง : บริษัทฯ ขอรับค่ามัดจำสำหรับการจองท่านละ 50,000 บาท โดยกรุณานำเงินเข้าบัญชีธนาคารแล้วส่งสำเนาใบนำฝาก ทางแฟกซ์หมายเลข 0-2634-7365 กรณีชำระด้วยเช็ค การจองจะสมบูรณ์ต่อเมื่อบริษัทได้รับเงินจากการสั่งจ่ายนั้นแล้ว ส่วนที่เหลือโปรดชำระให้ครบถ้วนก่อนการเดินทางอย่างน้อย 21 วัน

ธนาคารกสิกรไทย สาขาสีลม ออมทรัพย์
ชื่อบัญชี นายภูษณุ โลกาศิริวัตร
เลขที่บัญชี 001-2-80809-9

ธนาคารกรุงเทพ สาขาสีลม ออมทรัพย์
ชื่อบัญชี นายภูษณุ โลกาศิริวัตร
เลขที่บัญชี 101-8-64952-3

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสีลม ออมทรัพย์
ชื่อบัญชี นายภูษณุ  โลกาศิริวัตร และ/หรือ นางสาวณภัทร  โลกาศิริวัตร
เลขที่บัญชี 065-238830-9

**กรณีสำรองที่นั่งหลัง 15 วันก่อนเดินทาง ทางบริษัทฯ ขอรับชำระค่าทัวร์ยอดเต็มทั้งหมด**

  1. 3. กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนการเดินทางอย่างน้อย 14 วัน มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์
  2. 4. การยกเลิก
  • กรณียกเลิกการจองน้อยกว่า 45 วัน ก่อนการเดินทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำทั้งหมด
  • กรณีแจ้งยกเลิกภายใน 30 วัน ก่อนการเดินทาง บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่าทัวร์ 50% ของราคาเต็มเท่านั้น
  • กรณีแจ้งยกเลิกการจองภายใน 15 วัน ก่อนการเดินทาง บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด
  1. บริษัทฯ รับเฉพาะผู้มีวัตถุประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น กรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไม่อนุญาตให้ผู้

เดินทางออกหรือเข้าประเทศ บริษัทฯ ไม่สามารถคืนค่าทัวร์ให้

  1. ในระหว่างการท่องเที่ยวนี้ หากท่านไม่ใช้บริการใดๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่สามารถขอคืนค่าบริการได้
  2. หากท่านไม่เดินทางกลับพร้อมคณะ ตั๋วเครื่องบินขากลับซึ่งยังไม่ได้ใช้ ไม่สามารถนำมาขอคืน (Refund) ได้

หมายเหตุ

  • บริษัทฯ  ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • บริษัทฯ  ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ อันเกิดจากเหตุสุดวิสัย เช่น อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงาน การก่อการจลาจล ความล่าช้าของเที่ยวบิน การถูกปฏิเสธไม่ให้ออกหรือเข้าประเทศ เป็นต้น
  • บริษัทฯ  ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนรายการท่องเที่ยวตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของสายการบิน โรงแรม และสภาวะทางการเมืองโดยถือผลประโยชน์และความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นหลัก
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการออกนอกประเทศ ห้ามเข้าประเทศ การนำสิ่งของผิดกฎหมาย เอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง และความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย

 

 

Comments

comments