The Legendary of Portugal Surprise! 8 Days

ประเทศ โปรตุเกส

เมษายน 2563 (8 วัน)

โดยสายการบินลุฟท์ฮันซ่า

Antarctica Discovering the 7th Continent Surprise! 16 วัน

โดยเรือ Quark Expeditions “World Explorer” 6 – 21 ธันวาคม 2562

ชมร้านหนังสือเลลโล่ ที่เป็นแรงบันดาลใจในการเขียนพล็อตเรื่องแฮรี่ พอตเตอร์ ให้กับ เจ เค โรลลิ่ง
ดื่มด่ำบรรยากาศบริสุทธิ์ที่แหลมโรก้า แหลมที่ตั้งอยู่ปลายสุดทางทิศตะวันตกของทวีปยุโรป

ท่องเที่ยวปราสาทพีน่า หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโปรตุเกส
ชมพระราชวังฤดูร้อนเกลุซ อันเคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งเสด็จประพาสโปรตุเกส
ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นที่ ตลาด ไทม์ เอาท์ ดา ริเบร่า ศูนย์อาหารในร่มชื่อดังของกรุงลิสบอน


โปรแกรมเดินทาง (Itinerary)

 

วันแรก ศ. 10 เม.ย. 63  
กรุงเทพฯ – แฟรงก์เฟิร์ต

20.00 น.พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณชั้นผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบิน ลุฟท์ฮันซ่า เคาน์เตอร์เช็คอิน แถว ­G ประตู 4

เจ้าหน้าที่ เวิลด์ เซอร์ไพร้ส รอต้อนรับ พร้อมอำนวยความสะดวก

23.00 น.โดยสายการบินลุฟท์ฮันซ่า เที่ยวบินที่ LH 773 นำท่านเหินฟ้าสู่ แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

 

วันที่สอง ส.11 เม.ย. 63  
แฟรงก์เฟิร์ต – ปอร์โต้ – สถานีรถไฟ เซา เบนโต – ร้านหนังสือเลลโล่ – Cais da Ribeira – Ponte de D.Luis – ปอร์โต้

 

เช้า อาหารเช้า บริการบนเครื่องบิน พร้อมเครื่องดื่ม

06.00 น. ถึงท่าอากาศยาน แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง

09.30 น.โดยสายการบินลุฟท์ฮันซ่า เที่ยวบินที่ LH1170 นำท่านเหินฟ้าสู่ ปอร์โต้ ประเทศโปรตุเกส

11.10 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติ ฟรานซิสโก เดอ ซา คาร์เนโร ประเทศโปรตุเกส

หลังพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรพร้อมตรวจเช็คสัมภาระแล้ว นำท่านเดินทางสู่เมือง ปอร์โต้ หรือที่เป็นที่รู้จักในภาษาอังกฤษว่า “โอปอร์โต้” เมืองใหญ่ลำดับ 2 รองจากลิสบอน อีกทั้งชื่อเมืองนี้ ยังเป็นที่มาของชื่อประเทศโปรตุเกส โดยมาจากคำว่า Portus และ Cale ซึ่งในอดีตใช้เรียกชื่อเมืองทั้งสองฝั่งที่มีแม่น้ำดูโร่คั่นกลาง แล้วแผลงมาเป็น Portugal ในปัจจุบัน

ปอร์โต้ ตั้งอยู่บนริมปากอ่าวแม่น้ำโดรู ปอร์โต้ เป็นหนึ่งในเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางด้านประวัติศาสตร์ที่สำคัญของทวีปยุโรป และบริเวณย่านเมืองเก่าในเมืองปอร์โต้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1996

 

 

กลางวัน อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร นำท่านชม สถานีรถไฟเซา เบนโต สถานีรถไฟเก่าแก่ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ ค.ศ. 1916 ภายในตัวสถานีตกแต่งด้วยกระเบื้องเขียนสีที่มีลวดลายสีน้ำเงินกว่า 20,000 ชิ้น โดยผลงานของ จอร์จ คาลาโช่ จิตรกรเลื่องชื่อในสมัยนั้นที่ถ่ายทอดและเล่าเรื่องราวความเป็นมาและเหตุการณ์ที่สำคัญต่างๆ ของชาวโปรตุเกส

 

 

แล้วนำท่านชม ร้านหนังสือเลลโล่ ร้านหนังสือเก่าแก่ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ ค.ศ. 1906 โดย Lonely Planet ได้บรรจุให้เป็นอันดับสามของร้านหนังสือที่สวยที่สุดในโลก ภายในร้านตกแต่งแบบนีโอ กอธิค และลวดลาย แกะสลักอันสวยงาม

ซึ่งที่แห่งนี้ เป็นแรงบันดาลใจในการเขียนพล็อตเรื่องแฮรี่ พอตเตอร์ ให้กับ เจ เค โรลลิ่ง ในช่วงที่เธอเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่ปอร์โต้ ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 ซึ่ง เจ เค โรลลิ่ง บอกว่าเพราะร้านหนังสือนี้เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้สร้าง Hogwarts ขึ้นมาได้

 

 

จากนั้น นำท่านชมย่าน Cais da Ribeira สัมผัสบรรยากาศริมน้ำและวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำดูโร่ (Douro) และผ่านชม Ponte de D.Luis สะพานเหล็ก 2 ชั้น ที่เป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของเมือง โดยชั้นบนสำหรับรถเมโทรและคนเดินข้าม ส่วนชั้นล่างสำหรับรถยนต์วิ่งและคนเดินข้าม สร้างและออกแบบโดย กุสตาฟ ไอเฟล ก่อนที่จะสร้างหอไอเฟลที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

 

 

ค่ำ อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างแรม ณ โรงแรม Vincci Porto หรือในระดับเดียวกัน

วันที่สาม อา. 12 เม.ย. 63  
ปอร์โต้ – ชมวิวยามเช้าเมืองปอร์โต้ – โบสถ์ Carmo and Carmelitas – อะเวโร่ – ล่องเรือ – ลิ้มลองขนมท้องถิ่น ovos moles – โคอิมบรา

เช้า อาหารเช้า ณ ภัตตาคารในโรงแรม

หลังอาหาร นำท่านชมวิวยามเช้าของเมืองปอร์โต้ ณ จุดชมวิว Mosteiro da Serra do Pilar ซึ่งจะสามารถมองเห็นมุมสูงของเมืองปอร์โตกับแม่น้ำดูโร่ ขนานไปกับสะพาน Ponte de D.Luis และขนาบข้างด้วยหลังคาสีแดงของบ้านเรือน

แล้ว นำท่านชมโบสถ์ Carmo and Carmelitas หนึ่งในสถาปัตยกรรมของประเทศโปรตุเกสที่เลื่องชื่อไปทั่วโลก สร้างขึ้นในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 18 ตามสไตล์ศิลปะโรโกโก (Rococo) ซึ่งจุดเด่นของศิลปะโรโกโก คือการออกแบบเพื่อให้กลมกลืนกันหรือเป็นเอกภาพ ศิลปินโรโกโกจะนิยมเล่นเส้นโค้งตัวซีและตัวเอส (S และ C curves) แบบเปลือกหอย ผู้ที่มาชมโบสถ์แห่งนี้ จะเห็นศิลปะโรโกโก ได้ชัดเจนบริเวณผนังภายนอกของโบสถ์ ซึ่งมีจิตรกรรมฝาผนังกระเบื้องสีขาวและน้ำเงิน

จุดสำคัญคือโบสถ์แห่งนี้มี 2 โบสถ์ที่แยกกันโดยมีบ้านที่แคบที่สุดในโลกมากั้นอยู่ระหว่างตัวโบสถ์ นั่นคือเพราะโบสถ์หนึ่งเป็นโบสถ์สำหรับบาทหลวง (Carmo) ส่วนอีกโบสถ์เป็นโบสถ์สำหรับแม่ชี (Carmelitas) จึงต้องมีอะไรมากั้น เนื่องจากในสมัยก่อนแม่ชีและบาทหลวงไม่สามารถใกล้ชิดกันได้

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ อะเวโร่ เมืองท่าที่สำคัญทางด้านชายฝั่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศโปรตุเกส ที่ได้รับการขนานนามว่า “เวนิสแห่งโปรตุเกส” เนื่องจากระบบคลองและเรือที่คล้ายกับเวนิสของอิตาลี

 

กลางวัน  อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร นำท่าน ล่องเรือ ชมเมืองแห่งนี้ ท่ามกลางบรรยากาศของบ้านเรือนสีสันสดใสสวยงาม

พิเศษ นำท่าน ลิ้มลองขนมท้องถิ่น ovos moles ที่มีถิ่นกำเนิดในเมืองอะเวโร่ ที่มีส่วนผสมของไข่แดงและน้ำตาลเป็นหลัก มีความเนียนและนุ่มนวล ละมุนลิ้น ห่อด้วยเปลือกบางๆที่ทำมาจากข้าวสาลี และถูกปั้นเป็นรูปทรงที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคอะเวโร่ เช่น หอย ปู ปลา

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ โคอิมบรา เมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศโปรตุเกส รองจากลิสบอนและปอร์โต้ อีกหนึ่งเมืองที่สำคัญของโปรตุเกส และถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางด้านศิลปะที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือแม่น้ำมอนเดโก

ในอดีตถูกปกครองโดยอาณาจักรโรมัน ได้รับการเรียกขานว่า เอมีเนียม และได้ถูกยึดครองโดยชาวแขกมัวร์ ในปี ค.ศ. 711 และเป็นเมืองที่เชื่อมการค้าระหว่างชาวคริสต์ทางเหนือและชาวมุสลิมทางใต้ จนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 1064 กษัตริย์เฟอร์ดินานด์ที่ 1 แห่งลีออนได้รบชนะแขกมัวร์และปลดปล่อยเมืองโคอิมบรา

ค่ำ อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างแรม ณ โรงแรม Quinta das Lagrimas หรือในระดับเดียวกัน

วันที่สี่ จ. 13  เม.ย. 63  
โคอิมบรา – โอบิดอส – Freeport Outlet Alcochete – ลิสบอน

เช้า  อาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ โอบิดอส อีกหนึ่งเมืองในสมัยยุคกลางที่ยังคงได้รับอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีและได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความสวยงามที่สุดของประเทศโปรตุเกส นำท่านชมเสน่ห์ของเมือง โอบิดอส ที่มีกำแพงเมืองที่สร้างไว้ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 12 โอบล้อมปราสาทและบ้านเรือนสีขาวขลิบสีเหลืองและสีฟ้า อิสระให้ท่านเดินชมความงดงามภายในเมืองจนถึงเวลานัดหมาย

 

 

กลางวัน  อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ Freeport Outlet Alcochete  ที่ได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ในยุโรป ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมสินค้าแบรนด์เนมปลอดภาษี อาทิ Burberry, Hugo Boss, Armani, Lacoste และ CK เป็นต้น แล้วอิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัยจนถึงเวลานัดหมาย

 

ค่ำ อาหารค่ำ อิสระตามอัธยาศัย ภายในเอาท์เลตท์

โดยท่านสามารถเลือกทานอาหารจากร้านที่ท่านชื่นชอบได้ตามอัธยาศัย ซึ่งทางบริษัทฯ จัดเตรียมค่าอาหารให้ท่านละ 30 Euro

 

ได้เวลานัดหมาย นำท่านเดินทางเข้าสู่ กรุงลิสบอน เมืองหลวง และเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศโปรตุเกส และยังเป็นศูนย์รวมทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ อีกทั้งยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีจำนวนประชากรหนาแน่นที่สุดในทวีปยุโรปเป็นอันดับ 9 โดยประชากรร้อยละ 27 ของทั้งประเทศอาศัยอยู่ในเขตย่านใจกลางเมืองนี้

พักค้างแรม ณ โรงแรม Corinthia Lisbon หรือในระดับเดียวกัน

วันที่ห้า อ.14  เม.ย. 63  
ลิสบอน – ซินตรา – ปราสาทพีน่า – คาสไคส์ – แหลมโรก้า – ลิสบอน

เช้า อาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ ซินตรา เมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวงของกษัตริย์โปรตุเกสตั้งแต่ในศตวรรษที่ 19

นำท่านชม ปราสาทพีน่า ปราสาทที่ตั้งตระหง่านอย่างเด่นสง่าบนหน้าผา เหนือตัวเมืองซินตรา ตัวอาคารใช้ศิลปะการตกแต่งแบบ Romanticism ที่ได้รับความนิยมในช่วงยุคศตวรรษที่ 19 โดยในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง ที่ด้านบนยังสามารถมองไปเห็นลิสบอนไกล ๆ อีกด้วย ปราสาทนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1995 และติดหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโปรตุเกสอีกด้วย

 

 

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ คาสไคส์ เมืองชายฝั่งทะเลของประเทศโปรตุเกส

กลางวัน อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร นำท่านชมเมือง คาสไคส์ ที่ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านชาวประมงและยังเป็นที่พักตากอากาศของพระราชวงศ์ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 ปัจจุบัน เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวโปรตุเกสและชาวต่างชาติ มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมที่สวยงาม

แล้วนำท่านเดินทางสู่ แหลมโรก้า แหลมที่ตั้งอยู่ปลายสุดทางทิศตะวันตกของทวีปยุโรป ซึ่งถัดมาจะเป็นมหาสมุทรแอตแลนติก อิสระให้ท่านเก็บภาพแห่งความประทับใจตามอัธยาศัย จนถึงเวลานัดหมาย

 

ได้เวลานัดหมาย นำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงลิสบอน

ค่ำ   อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างแรม ณ โรงแรม Corinthia Hotel Lisbon หรือในระดับเดียวกัน

วันที่หก พ.15  เม.ย. 63
ลิสบอน – พระราชวังเกลุซ – ถนนลิเบอร์ดาเด้

เช้า อาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ พระราชวังเกลุซ พระราชวังฤดูร้อนในสมัยศตวรรษที่ 18 สำหรับเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ประกอบด้วยราชอุทยานอันงดงาม อีกทั้งเคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถเมื่อครั้งเสด็จประพาสโปรตุเกสในปี ค.ศ.1960

พระราชวังนี้ได้รับการขนานนามว่า เป็นหนึ่งในอาคารแบบร็อคโคโคที่ดีที่สุดในยุโรป อีกทั้งเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นในเชิงสถาปัตยกรรมของประเทศโปรตุเกส และยังแสดงถึงรสนิยมอันหรูหราในช่วงศตวรรษที่ 18 และ 19

 

กลางวัน  อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ ถนนลิเบอร์ดาเด้ ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ชองป์เซลิเซ่ของลิสบอน ที่มีร้านค้าชั้นนำต่างๆ อาทิเช่น Louis Vuitton, Prada และ Gucci อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งตามอัธยาศัยจนถึงเวลานัดหมาย

 

ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่ ภัตตาคาร

ค่ำ อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างแรม ณ โรงแรม Corinthia Hotel Lisbon หรือในระดับเดียวกัน

วันที่เจ็ด พฤ.16  เม.ย. 63
ลิสบอน – มิราดูโร – อัลฟาม่า – ท่าอากาศยานกรุงลิสบอน – แฟรงก์เฟิร์ต

 

เช้า อาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

หลังอาหาร นำท่านสู่จุดชมวิว มิราดูโร โดยให้ท่านโดยสารขึ้น กลอเรี่ยเฟอร์นิคูล่า รถรางดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยปีค.ศ. 1855

เมื่อถึงด้านบนอิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับวิวของกรุงลิสบอนที่แสนจะงดงาม เมื่อมองออกไปท่านสามารถมองเห็นสถานที่สำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปราสาทเซนต์จอร์จ จัตุรัสกราซ่า ยาวไปถึงย่านเมืองเก่า และเมืองใหม่อีกด้วย

 

จากนั้น นำท่านชม อัลฟาม่า ย่านเมืองเก่าใจกลางกรุงลิสบอน สองข้างทางเป็นถนนแคบๆ รายล้อมไปด้วยบ้านเรือนที่สร้างขึ้นในสมัยยุคกลาง เต็มไปมนต์เสน่ห์ที่น่าดึงดูด ผสมผสานกัน ระหว่างอิทธิพลที่ได้รับจากโรมัน และอาหรับ

หลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในประเทศ โปรตุเกสปี ค.ศ. 1755 เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง ที่ย่านนี้ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ทำให้ทุกๆ อย่างยังคงสภาพเดิมให้เห็นจนถึงทุกวันนี้

กลางวัน อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานลิสบอน

 

16.30 น. โดยสายการบินลุฟท์ฮันซ่า เที่ยวบินที่ LH1169 นำท่านเหินฟ้าสู่ แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

20.30 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติ แฟรงก์เฟิร์ต เพื่อเปลี่ยนเครื่อง

อาหารบริการบนเครื่องบินพร้อมเครื่องดื่ม

พักค้างแรมบนเครื่องบิน

22.00 น. โดยสายการบินลุฟท์ฮันซ่า เที่ยวบินที่ LH 772 นำท่านเหินฟ้าสู่ กรุงเทพฯ

 

วันที่แปด ศ.17 เม.ย. 63 
กรุงเทพฯ

14.10 น. ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยความประทับใจ

อัตราค่าบริการ

อัตราค่าบริการ (รวมอัตราค่าบริการ โดยสายการบินลุฟท์ฮันซ่า (LH)
เดินทางในช่วง 10 – 17 เมษายน 2563
ผู้ใหญ่ (พักห้องคู่) ท่านละ 136,900
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน 125,900
เด็กอายุ 5-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน มีเตียงเสริม 123,900
เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียงเสริม 118,900
พักห้องเดี่ยว เพิ่มท่านละ 25,000

หมายเหตุ

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคา ถ้าจำนวนผู้ใหญ่เดินทางต่ำกว่า 15 ท่าน
  • ทางบริษัท ฯ เป็นตัวแทนในการยื่นเอกสารกับทางสถานทูตเท่านั้น ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานทูตแต่เพียงผู้เดียว
  • ทางบริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมการเดินทาง โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ และความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นหลัก
  • ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิเนื่องจากข้อผิดพลาดทางการพิมพ์

อัตราค่าบริการรวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจร (เดินทางเป็นหมู่คณะ เดินทางไปกลับพร้อมกัน)
  • ค่าภาษีน้ำมัน ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามภาวะตลาดน้ำมันโลกซึ่งประกาศโดยสายการบินทางบริษัทฯ อาจมีการเรียกเก็บเพิ่มหากมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
  • ค่าขนกระเป๋าท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 30 กิโลกรัม
  • ค่ารถรับส่งตามรายการ
  • ค่าห้องพัก สองท่านต่อหนึ่งห้อง ในโรงแรมที่ระบุ หรือในระดับเดียวกัน
  • ค่าอาหาร ตามรายการ
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า ยกเว้นคนต่างด้าว
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง
  • ค่าประกันภัยการเดินทางวงเงินท่านละ 4,000,000 บาท
  • ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ วงเงินท่านละ 3,000,000 บาท
  • หัวหน้าทัวร์จากกรุงเทพฯ คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

 

ค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (คิดคำนวณจากค่าบริการ)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าเครื่องดื่ม

ระเบียบการ และเงื่อนไข:

  1. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงกำหนดการเดินทาง กรณีที่มีผู้สำรองการ เดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯ กำหนด (15 ท่านขึ้นไป)
  2. การสำรองที่นั่ง: บริษัทฯ ขอรับค่ามัดจำสำหรับการจองท่านละ 70,000 บาท โดยกรุณานำเงินเข้าบัญชีธนาคาร แล้วส่งสำเนาใบนำฝากทางแฟกซ์หมายเลข 0-2634-7365 กรณีชำระด้วยเช็ค การจองจะสมบูรณ์ต่อเมื่อเราได้รับเงินจากการสั่งจ่ายนั้นแล้ว ส่วนที่เหลือโปรดชำระให้ครบถ้วนก่อนการเดินทาง อย่างน้อย 21 วัน

ข้อมูลบัญชีสำหรับทำการสำรองที่นั่ง

ธนาคารกสิกรไทย สาขาสีลม ประเภทออมทรัพย์
เลขที่บัญชี 001-2-80809-9
ชื่อบัญชี : นายภูษณุ โลกาศิริวัตร
ธนาคารกรุงเทพ สาขาสีลม ประเภทออมทรัพย์
เลขที่บัญชี 101-8-64952-3
ชื่อบัญชี : นายภูษณุ โลกาศิริวัตร
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาสุรวงศ์ ประเภทออมทรัพย์
เลขที่บัญชี 125-4-08510-0
ชื่อบัญชี :
นายภูษณุ โลกาศิริวัตร
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาปาโซ่ทาวเวอร์
เลขที่บัญชี 245-2-03349-9
ชื่อบัญชี :
นายภูษณุ โลกาศิริวัตร

3. กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนการเดินทางอย่างน้อย 21 วัน มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์

4. บริษัทฯรับเฉพาะผู้มีวัตถุประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น กรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไม่อนุญาต ให้ผู้เดินทางออกหรือเข้าประเทศ บริษัทฯไม่สามารถคืนค่าทัวร์ให้

5. ในระหว่างการท่องเที่ยวนี้ หากท่านไม่ใช้บริการใด ๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่สามารถขอคืนค่าบริการได้

6. หากท่านไม่เดินทางกลับพร้อมคณะ ตั๋วเครื่องบินขากลับซึ่งยังไม่ได้ใช้ ไม่สามารถนำมาขอคืน (Refund) ได้

การยกเลิก

  • กรณียกเลิกการจองน้อยกว่า 45 วัน ก่อนการเดินทางบริษัทขอสงวนสิทธิในการคืนเงินมัดจำทั้งหมด
  • กรณีแจ้งยกเลิกภายใน 30 วัน ก่อนการเดินทาง บริษัทขอสงวนสิทธิในการคืนค่าทัวร์ 50% ของราคาเต็มเท่านั้น
  • กรณีแจ้งยกเลิกการจองภายใน 15 วัน ก่อนการเดินทาง บริษัทขอสงวนสิทธิในการคืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด

หมายเหตุ

  1. บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  2. บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใด ๆ อันเกิดจากเหตุสุดวิสัย เช่น อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงาน การก่อการจลาจล ความล่าช้าของเที่ยวบิน การถูกปฏิเสธไม่ให้ออกหรือเข้าประเทศ เป็นต้น
  3. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนรายการท่องเที่ยวตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของสายการบิน โรงแรม และสภาวะทางการเมืองโดยถือผลประโยชน์และความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นหลัก
  4. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการออกนอกประเทศ ห้ามเข้าประเทศญี่ปุ่น การนำสิ่งของผิดกฎหมาย เอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง และความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย