Previous
Next
The Magnificence of French Pyrenees
25 September - 2 October 2026
8 Days โดยสายการบินลุฟท์ฮันซา (LH)
DAY 1
ศ. 25 ก.ย. 2569
กรุงเทพฯ – มิวนิก
20.00 น.
พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้นที่ 4 ประตู 4 สายการบินลุฟท์ฮันซ่า เคาน์เตอร์เช็คอินแถว G
เจ้าหน้าที่ เวิลด์เซอร์ไพร้สรอต้อนรับ พร้อมอำนวยความสะดวก
22.55 น.
โดยสายการบินลุฟท์ฮันซ่า เที่ยวบินที่ LH773 นำท่านเหินฟ้าสู่ มิวนิก ประเทศเยอรมนี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง 20 นาที)
DAY 2
ส. 26 ก.ย. 2569
มิวนิก – ตูลูส – Aeroscopia – คาร์คาซองนน์
05:15 น.
ถึงท่าอากาศยานมิวนิก ประเทศเยอรมนี แวะพักเพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง (ประมาณ 5 ชั่วโมง 15 นาที)
เช้า
อาหารเช้าอิสระภายในท่าอากาศยาน โดยท่านสามารถเลือกทานอาหารจากร้านที่ท่านชื่นชอบได้ตามอัธยาศัย ซึ่งทางบริษัทฯ จัดเตรียมค่าอาหารให้ท่านละ 20 ยูโร
10.30 น.
โดยสายการบินลุฟท์ฮันซา เที่ยวบินที่ LH2218 นำท่านเหินฟ้าสู่ ตูลูส ประเทศฝรั่งเศส (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที)
12.20 น.
ถึงท่าอากาศยานตูลูส เมืองใหญ่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ที่มีเสน่ห์แห่งหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งชาวฝรั่งเศสขนานนามให้ว่า “เมือง
สีชมพู” ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสิ่งปลูกสร้างใดๆ ทั้งอาคาร สถานที่สำคัญต่างๆ จะเป็นอิฐดินเผาสีแดงชมพูซึ่งมีมนต์เสน่ห์ปรากฎโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ นำท่านเดินทางสู่ ภัตตาคาร
สีชมพู” ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสิ่งปลูกสร้างใดๆ ทั้งอาคาร สถานที่สำคัญต่างๆ จะเป็นอิฐดินเผาสีแดงชมพูซึ่งมีมนต์เสน่ห์ปรากฎโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ นำท่านเดินทางสู่ ภัตตาคาร
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร นำท่านเข้าชม Aeroscopia พิพิธภัณฑ์การบินที่จัดแสดงเครื่องบินกว่า 40 ลำ ภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการขนาด 7,000 ตารางเมตร มีเครื่องบินโดยสารความเร็วเหนือเสียง Concorde สองลำ, Airbus A300B, Caravelle (เครื่องบินเจ็ทเชิงพาณิชย์ลำแรกของฝรั่งเศส) และเครื่องบินขนส่งสินค้า Super Guppy
นอกจากนี้ ผู้เยี่ยมชมยังสามารถสำรวจเครื่องบินปีกชั้นเดียวจำลองของ Louis Blériot ที่ผลิตในปี 1909 และเครื่องบินทางทหารและพลเรือนอีกหลายลำ
จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ คาร์คาซองนน์ เมืองโบราณที่ยังมีชีวิต อีกทั้งเป็นเมืองแห่งป้อมปราการที่สำคัญที่สุดทางตอนใต้ของฝรั่งเศสในยุคกลาง และมีประวัติทางการทหารที่สำคัญ ในการเป็นฐานทัพของนักรบในสงครามครูเสดภายใต้การนำของพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 เคยเป็นป้อมปราการระหว่างพรมแดนของฝรั่งเศสและราชอาณาจักรอารากอน (ประเทศสเปนในปัจจุบัน)
นอกจากนี้ ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO ในปี ค.ศ. 1997 (ระยะทาง 90 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างแรม ณ โรงแรม de la Cité Carcassonne – MGallery Collection *****
พักค้างแรม ณ โรงแรม de la Cité Carcassonne – MGallery Collection *****
DAY 3
อา 27 ก.ย. 2569
คาร์คาซองนน์ – เมืองเก่าคาร์คาซอนน์ – Canal du Midi – ไร่ไวน์
เช้า
อาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
หลังอาหาร นำท่านเที่ยวชม เมืองเก่าคาร์คาซอนน์ ที่เปรียบได้กับการย้อนเวลากลับไปเมื่อ 2,500 ปีที่แล้ว นำท่านเดินชมเมืองยุคกลางซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาซึ่งว่ากันว่าเป็นหนึ่งในเมืองยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ถนนและตรอกซอกซอยยังคงเสน่ห์ของยุคกลางไว้ได้อย่างแท้จริง
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร นำท่านล่องเรือผ่านคลอง Canal du Midi ที่คดเคี้ยว ผ่านชนบทอันงดงาม คลองแห่งนี้เป็นหนึ่งในคลองที่เก่าแก่ที่สุดของยุโรปที่ยังคงเปิดดำเนินการ ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้เป็นจุดเชื่อมต่อทางเรือระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ในภายหลังได้เปลี่ยนจากเส้นทางการค้ากลายเป็นสวรรค์อันงดงามสำหรับการพายเรือ ขี่จักรยาน และท่องเที่ยว
จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ ไร่ไวน์ ให้ท่านได้ชมไร่ไวน์ซึ่งเป็นไวน์ขึ้นชื่อของฝรั่งเศส โดยไวน์ในภูมิภาคนี้จะได้องุ่นพันธุ์ Carignan, Grenache, Cinsault และ Shyraz et Macabeu
ให้ท่านได้เดินชมไร่ไวน์อันสวยงาม ชมขั้นตอนการผลิต และทดลองชิมไวน์ขึ้นชื่ออีกด้วย
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างแรม ณ โรงแรม de la Cité Carcassonne – MGallery Collection *****
พักค้างแรม ณ โรงแรม de la Cité Carcassonne – MGallery Collection *****
DAY 4
จ. 28 ก.ย. 2569
คาร์คาซองนน์ – ฟัวซ์ – อันดอร์รา – วิหารแห่งเมริตเซลล์ – จุดชมวิว Mirador Roc del Quer – โซลดูว
เช้า
อาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ ฟัวซ์ เมืองของฝรั่งเศสที่เป็นชายแดนก่อนข้ามสู่อันดอร์รา (ระยะทาง 90 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)
นำท่านเดินชมเมือง ฟัวซ์ เมืองยุคกลางอันเปี่ยมเสน่ห์ ณ จุดตัดระหว่างแม่น้ำอาริแยชและแม่น้ำอาร์เจต์ มีปราสาทอันโอ่อ่าตั้งอยู่บนยอดเขาหิน นำท่านย้อนเวลากลับไปสัมผัสบรรยากาศในอดีตอันเป็นเอกลักษณ์
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ อันดอร์ร่า ประเทศขนาดเล็กที่คาบเกี่ยวชายแดนสเปนและฝรั่งเศส (ระยะทาง 96 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)
นำท่านเข้าชม วิหารแห่งเมริตเซลล์ ศาสนวิหารที่สำคัญที่สุดในอันดอร์รา เป็นที่ประดิษฐานรูปแม่พระแห่งเมริตเซลล์ นักบุญอุปถัมภ์ของประเทศ เป็นรูปปั้นหลากสีซึ่งมีพื้นฐานมาจากงานโรมาเนสก์ดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีของรูปปั้นของนักบุญชาวอันดอร์ราคนอื่นๆ อีกมากมาย
นอกจากเป็นแหล่งรวมจิตวิญญาณของชาวเมืองและธรรมชาติที่โอบล้อมโดยรอบแล้ว ยังเป็นงานศิลปะที่ทรงคุณค่า วิหารเมอริทเซลล์ดั้งเดิมได้รับความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่เมื่อวันที่ในปีค.ศ. 1972 แต่ได้รับการสร้างใหม่และออกแบบโดยริคาร์โด โบฟิลล์ สถาปนิกชื่อดังชาวสเปน
จากนั้น นำท่านสู่ จุดชมวิว Mirador Roc del Quer เป็นสถานที่เรียกได้ว่าไม่มีวันลืม นอกจากวิวมุมสูงที่สวยงามจนติดตรึงในความทรงจำตลอดไปแล้ว จุดชมวิวแห่งนี้ยังมอบประสบการณ์สุดพิเศษราวกับได้ลอยตัวอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางความงดงามของเทือกเขาพิเรนีส ด้วยทางเดินยาว 20 เมตร โดยมี 8 เมตรอยู่บนพื้น ในขณะที่อีก 12 เมตร ดูเหมือนจะทอดยาวไปในทัศนียภาพโดยรอบ ทำให้รู้สึกราวกับว่ากำลังลอยอยู่เหนือหุบเขา
นำท่านสู่ โซลดูว สกีรีสอร์ทและหมู่บ้านอันงดงาม ที่ล้อมรอบด้วยผืนป่าและเทือกเขาพิเรนีส
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างแรม ณ โรงแรม Sport Hotel Hermitage & Spa *****
DAY 5
อ 29 ก.ย. 2569
โซลดูว – ออร์ดิโน – พิพิธภัณฑ์บ้านอาเรนี-แพลนโดลิต – อันดอร์รา ลาเวลลา – Caldea Spa – โซลดูว
เช้า
อาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ ออร์ดิโน เมืองเล็กๆ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอันดอร์รา นำท่านเดินชมเมืองออร์ดิโนอันแสนงดงาม
(ระยะทาง 20 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที)
นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์บ้านอาเรนี-แพลนโดลิต ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์บ้านของตระกูลอาเรนี-แพลนโดลิตในเมืองออร์ดิโน สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 และถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ในเวลาต่อมา
จากนั้น นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ของจิ๋ว นิทรรศการถาวรเพียงแห่งเดียวของ Nikolai Siadristkyi ปรมาจารย์ชาวยูเครน ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นอัจฉริยะด้านศิลปะชิ้นเล็กของโลกคนหนึ่ง
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ อันดอร์รา ลาเวลลา เมืองหลวงของอันดอร์รา และเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่บนระดับความสูงที่สูงที่สุดในยุโรป ที่ความสูงเฉลี่ย 1,050 เมตร
นำท่านพักผ่อนหย่อนใจ ณ Caldea Spa นำท่านแช่น้ำพุร้อนที่ช่วยส่งเสริมความงาม สุขภาพ และความสมบูรณ์ของร่างกาย น้ำในสปาแห่งนี้เป็นน้ำพุธรรมชาติของพื้นที่ Escaldes-Engordany ที่ถูกกรองและทำให้เย็นลงที่อุณหภูมิระหว่าง 34°C ถึง 37°C
พิเศษ! รวมค่าเข้าแบบ Premium ที่สามารถเข้าใช้บ่อในร่มได้ทั้ง 3 ชั้น บ่อในร่ม Berlingot บ่อกลางแจ้งและน้ำตก จากุซซี่แบบพาโนรามา ห้องน้ำแข็ง ห้องอบไอน้ำ ซาวน่าและผนังเกลือ ฝักบัวขัดผิว
Option หลังอาหาร นำท่านค้นพบการผจญภัยสุดระทึกในอันดอร์ราไปกับ ทริปรถขับเคลื่อนสี่ล้อออฟโรด สุดอลังการ
เริ่มด้วยการขึ้นเนินสกี Tortuga สู่ Pla de las Pedres พื้นที่อันงดงามของทุ่งหญ้าเขียวขจี ลำธาร และปศุสัตว์ ที่ระดับความสูง 2,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ให้ท่านได้สัมผัสกับทิวทัศน์อันน่าทึ่งที่ครอบคลุมสกีรีสอร์ท Grandvalira จากนั้นขึ้นสู่ทะเลสาบ Cubil และทะเลสาบ Pessons อันงดงาม ที่ระดับความสูง 2,781 เมตร
ที่นี่ท่านจะได้ดื่มด่ำกับความงามตามธรรมชาติของน้ำใสดุจคริสตัลและทิวทัศน์อันงดงามโดยรอบ
Option: หลังอาหาร นำท่านค้นพบการผจญภัยสุดระทึกในอันดอร์ราไปกับ ทริปรถขับเคลื่อนสี่ล้อออฟโรด สุดอลังการ
เริ่มด้วยการขึ้นเนินสกี Tortuga สู่ Pla de las Pedres พื้นที่อันงดงามของทุ่งหญ้าเขียวขจี ลำธาร และปศุสัตว์ ที่ระดับความสูง 2,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ให้ท่านได้สัมผัสกับทิวทัศน์อันน่าทึ่งที่ครอบคลุมสกีรีสอร์ท Grandvalira จากนั้นขึ้นสู่ทะเลสาบ Cubil และทะเลสาบ Pessons อันงดงาม ที่ระดับความสูง 2,781 เมตร
ที่นี่ท่านจะได้ดื่มด่ำกับความงามตามธรรมชาติของน้ำใสดุจคริสตัลและทิวทัศน์อันงดงามโดยรอบ
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างแรม ณ โรงแรม Sport Hotel Hermitage & Spa *****
DAY 6
พ 30 ก.ย. 2569
โซลดูว – มันแรซา – บาร์เซโลน่า – ปาแซจเดกราเซีย
เช้า
อาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ มันแรซา เป็นเมืองหลักของโกมาร์กาบาเฌิส ตอนกลางของแคว้นกาตาลุญญา ในอดีตหนึ่งในสถานที่แสวงบุญสำคัญสำหรับชาวคาทอลิก (ระยะทาง 140 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)
นำท่านชม วิหารพระแม่มารีอาแห่งลาเซว โบสถ์สไตล์โกธิคบนเนินเขาที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “หัวใจของเมืองแมนเรซา” โบสถ์มีลักษณะเป็นสไตล์โกธิคคาตาลัน มีลักษณะเป็นโถงทางเดินเดียวขนาดใหญ่ ภายในโบสถ์ประดับด้วยหน้าต่างกระจกสีที่งดงาม ซึ่งเล่าเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิลและประวัติของเมืองมันเรซา
นอกจากนี้โบสถ์นี้ยังตั้งอยู่บนเนินเขา Puigcardener ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองมันเรซา แม่น้ำ Cardener และสะพาน Pont Vell ได้อย่างชัดเจน
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ บาร์เซโลน่า เมืองใหญ่อันดับสองของสเปน และเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นอาณานิคมของโรมันมาก่อน เคยถูกยึดครองโดยชาติต่างๆ หลายครั้ง รวมทั้งฝรั่งเศส เมื่อ ค.ศ. 1640
ปัจจุบัน บาร์เซโลนาเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว และมีสถานที่สำคัญอีกมากมาย
นำท่านสู่ ปาแซจเดกราเซีย (Passeig de Gràcia) ถนนช้อปปิ้งหรูใจกลางสถาปัตยกรรมโมเดิร์นนิสต์ ที่ไม่ได้เป็นเพียงถนนช้อปปิ้ง แต่เป็น “Golden Mile” ของบาร์เซโลนา ที่ซึ่งร้านบูติคหรูหราระดับโลกมาบรรจบกับสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่งของเกาดี (Gaudi) และสถาปนิกโมเดิร์นนิสต์ชื่อดังอื่นๆ
เดินเล่นไปตามถนนสายนี้เพื่อพบกับร้านค้าของแบรนด์เนมชั้นนำ พร้อมชมความงามของ Casa Batlló และ Casa Milà (La Pedrera) ทำให้การช้อปปิ้งที่นี่เป็นการผสมผสานระหว่างแฟชั่น ศิลปะ และวัฒนธรรมอย่างลงตัว อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างแรม ณ โรงแรม Almanac Barcelona *****
DAY 7
พฤ 1 ต.ค. 2569
บาร์เซโลน่า – ตลาดโบเกเรีย – ท่าอากาศยานบาร์เซโลน่า
– มิวนิก
เช้า
อาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ ตลาดโบเกเรีย ตลาดขายอาหารสด อาหารแห้ง ผัก ผลไม้นานาชนิดที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป ภายในตลาดประกอบไปด้วยร้านค้าย่อย ๆ บาร์ ร้านอาหารเล็ก ๆ มากกว่า 300 ร้าน อิสระให้ท่านเดินเลือกซื้อ เลือกชิม หรือลิ้มลองอาหารพื้นเมืองภายในตลาดแห่งนี้ตามอัธยาศัย
จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานบาร์เซโลน่า
กลางวัน
อาหารกลางวันอิสระภายในท่าอากาศยาน โดยท่านสามารถเลือกทานอาหารจากร้านที่ท่านชื่นชอบได้ตามอัธยาศัย ซึ่งทางบริษัทฯ จัดเตรียมค่าอาหารให้ท่านละ
20 ยูโร
15.40 น.
โดยสายการบินลุฟท์ฮันซา เที่ยวบินที่ LH1815 นำท่านเหินฟ้าสู่ มิวนิก ประเทศเยอรมนี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 5 นาที)
17.45 น.
ถึงท่าอากาศยาน มิวนิก ประเทศเยอรมนี แวะพักเพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง (ประมาณ 4 ชั่วโมง 35 นาที)
ค่ำ
อาหารค่ำอิสระภายในท่าอากาศยาน โดยท่านสามารถเลือกทานอาหารจากร้านที่ท่านชื่นชอบได้ตามอัธยาศัย ซึ่งทางบริษัทฯ จัดเตรียมค่าอาหารให้ท่านละ 20 ยูโร
22.20 น.
โดยสายการบินลุฟท์ฮันซ่า เที่ยวบินที่ LH772 นำท่านเหินฟ้าสู่ กรุงเทพฯ
พักค้างแรมบนเครื่องบิน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง 40 นาที)
DAY 8
ศ 2 ต.ค. 2569
มิวนิก – กรุงเทพฯ
เช้า
อาหารบริการบนเครื่องบิน พร้อมเครื่องดื่ม
14.00 น.
ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยความประทับใจ
อัตราค่าบริการ (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน)
194,000 .-
10 - 14 ท่าน
ผู้ใหญ่พักห้องคู่
194,000 บาท
เด็กอายุ 5-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน มีเตียงเสริม
185,000 บาท
เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียงเสริม
136,000 บาท
15 ท่านขึ้นไป
ผู้ใหญ่พักห้องคู่
168,000 บาท
เด็กอายุ 5-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน มีเตียงเสริม
163,000 บาท
เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียงเสริม
117,000 บาท
พักห้องเดี่ยว เพิ่มท่านละ 46,000 บาท
> ค่าห้องพัก สองท่านต่อหนึ่งห้อง ในโรงแรมที่ระบุ หรือในระดับเดียวกัน
> ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามระบุในรายการ
> ค่าอาหารตามระบุในรายการ
> ค่ารถรับส่งตามรายการ
> ค่าธรรมเนียมวีซ่า ยกเว้นคนต่างด้าว
> ค่าประกันภัยการเดินทาง สำหรับผู้มีอายุระหว่าง 15-75 ปี วงเงินท่านละ 3,000,000 บาท
> ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ สำหรับผู้มีอายุระหว่าง 15-75 ปี วงเงินท่านละ 2,000,000 บาท
> หัวหน้าทัวร์จากกรุงเทพฯ คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
> ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและคนขับรถ
> บริการน้ำดื่มบนรถโค้ชและของว่างระหว่างการเดินทาง
> ขนม และของว่างบริการระหว่างเดินทาง
> Internet Sim Card สำหรับใช้ในประเทศยุโรป 1 ซิมต่อท่าน
> ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามระบุในรายการ
> ค่าอาหารตามระบุในรายการ
> ค่ารถรับส่งตามรายการ
> ค่าธรรมเนียมวีซ่า ยกเว้นคนต่างด้าว
> ค่าประกันภัยการเดินทาง สำหรับผู้มีอายุระหว่าง 15-75 ปี วงเงินท่านละ 3,000,000 บาท
> ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ สำหรับผู้มีอายุระหว่าง 15-75 ปี วงเงินท่านละ 2,000,000 บาท
> หัวหน้าทัวร์จากกรุงเทพฯ คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
> ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและคนขับรถ
> บริการน้ำดื่มบนรถโค้ชและของว่างระหว่างการเดินทาง
> ขนม และของว่างบริการระหว่างเดินทาง
> Internet Sim Card สำหรับใช้ในประเทศยุโรป 1 ซิมต่อท่าน
> ค่าตั๋วเครื่องบิน
> ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง
> ค่าภาษีน้ำมัน
> ค่าขนกระเป๋า
> ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (คิดคำนวณจากค่าบริการ)
> ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าเครื่องดื่ม
> ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง
> ค่าภาษีน้ำมัน
> ค่าขนกระเป๋า
> ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (คิดคำนวณจากค่าบริการ)
> ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าเครื่องดื่ม
> บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคา ถ้าจำนวนผู้ใหญ่เดินทางต่ำกว่า 10 ท่าน
> ทางบริษัท ฯ เป็นตัวแทนในการยื่นเอกสารกับทางสถานทูตเท่านั้น ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานทูตแต่เพียงผู้เดียว
> ทางบริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมการเดินทาง โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ และความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นหลัก
> ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิเนื่องจากข้อผิดพลาดทางการพิมพ์
> กรณีไม่สามารถเดินทางได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง
> ทางบริษัท ฯ เป็นตัวแทนในการยื่นเอกสารกับทางสถานทูตเท่านั้น ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานทูตแต่เพียงผู้เดียว
> ทางบริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมการเดินทาง โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ และความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นหลัก
> ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิเนื่องจากข้อผิดพลาดทางการพิมพ์
> กรณีไม่สามารถเดินทางได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง

